Spider-Man หรือ ไอ้แมงมุม คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่อที่การันตีรายได้ให้ค่าย โซนี่ มากที่สุด
Spider-Man 2 ทำสถิติเป็นหนังเรื่องเดียวที่สามารถเก็บเงิน 100 ล้านเหรียญฯ ได้ภายใน 3 วัน พอมาภาคล่าสุด หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากดู กลุ่มแฟนการ์ตูนถึงขนาดนับถอยหลังให้ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเปิดตัวของ Spider-Man 3 ไวๆ เสมือนหนึ่งวันสำคัญของโลก
ที่สำคัญ พระเอกหนุ่ม โทบี้ แม็กไกวร์ ประกาศว่าเขาจะไม่รับบท ไอ้แมงมุม ในหนังภาคต่อไปอีกแล้วขณะที่ไรมี่ ยังอยากสร้างภาค 4 อยู่ จึงอาจเป็นไปได้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ชม Spider-Man ในแบบที่คุณคุ้นเคย
ไอ้แมงมุม มีดีอะไร
จากที่เราลองกลับไปดู Spider-Man อีกครั้ง พบว่าถึงแม้ว่าเขาหล่อ แต่ในเรื่องความรักนั้นไม่ประสบความสำเร็จเอาซะเลยในภาคแรก... ถึงแม้เขาจะวิ่งเร็ว กระโดดไกล ไต่ตึก และกล้ามเนื้อแน่นๆ เหนือมนุษย์ปกติ แถมยังมี ใย ไว้ใช้เป็นอุปกรณ์เสริมได้ด้วย แต่พลังเขาจะหมดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ (มีให้เห็นแล้วในภาค 2) นั่นแสดงว่า ถึงเขาจะยอดมนุษย์แต่ก็ไม่ใช่เพอร์เฟ็กต์แมนซะทีเดียว แล้วอะไรล่ะที่ทำให้คนดูรักเขาขนาดนี้
ใช่แล้ว! เพราะความไม่พร้อมไปซะทุกทางนั่นแหละที่ทำให้เขาเข้าถึงง่ายและเป็นที่รักของคนดูได้ไม่ยาก ใน Spider-Man 2 ตอนที่เขาเผยให้ตัวละครอื่นๆ ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงหลังหน้ากากเป็นครั้งแรกนั้นเขานอนสลบเหมือด ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างเอ็นดูว่า เขายังเด็กอยู่เลย อายุพอๆ กับลูกชายผมเลยมั้ง โดยหารู้ไม่ว่า คนดูเขารู้สึกเอ็นดูยอดมนุษย์ผู้นี้มานานแล้ว
ไอ้แมงมุม คือใครและมีความสามารถอะไรเราพอรู้กันดี แต่ชีวิตอีกด้านในนาม ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ต่างหากที่ทำให้การดู Spider-Man สนุกขึ้นอีกเยอะ เพราะชีวิตของพาร์คเกอร์นั้น มีสีสันไม่ต่างจากฉากแอ็คชั่นเลย เราจึงขอสรุปด้านปกติของเขาดังนี้
การเรียน
พาร์คเกอร์คือนักเรียนระดับหัวกะทิ ขณะเดียวกัน เขาคือไอ้ขี้แพ้ประจำโรงเรียนด้วย พาร์คเกอร์โดนแกล้งตั้งแต่เพื่อนไปจนถึงคนขับรถโรงเรียน สิ่งเหล่านี้ได้รับการนำเสนอในหนังภาคแรกซึ่งทำให้ Spider-Man นอกจากเป็นหนังแอ็กชั่นแล้ว มันยังมีความเป็นหนังวัยรุ่นอยู่ด้วย ซึ่งแตกต่างจากหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่น ที่มักมีตัวละครเอกอยู่ในวัยทำงานทั้งนั้น ไม่ว่าจะ Batman, Superman, The Hulk
ครอบครัว
พาร์คเกอร์อาศัยอยู่กับป้าเมย์และลุงเบน เขากับลุงมีปากเสียงกันนิดหน่อยก่อนฝ่ายหลังจะเสียชีวิต ก่อนตายลุงได้บอกกับเขาว่า พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ซึ่งพาร์คเกอร์ยึดเป็นแนวทางในการใช้พลังพิเศษที่ได้มาโดยตลอด พาร์คเกอร์มารู้ในภายหลังว่า ผู้ที่ฆ่าลุงคือโจรที่เขาปล่อยลอยนวลไป ความสูญเสียครั้งนี้ทิ้งบาดแผลในใจให้พาร์คเกอร์ไว้อย่างสาหัส สิ่งที่เขาต้องทำคือการรับหน้าที่ดูแลป้าเมย์ให้ดีที่สุด
เพื่อน
พาร์คเกอร์มีเพื่อนอยู่เพียงแค่ 2 คน คนแรกคือ แมรี่ เจน วัตสัน (รับบทโดย เคอร์สเตน ดันสต์) สาวน้อยที่บ้านติดกัน อีกคนคือ แฮร์รี่ ออสบอร์น (รับบทโดย เจมส์ ฟรังโก้)...เพื่อนเศรษฐีที่พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือพาร์คเกอร์ทุกเมื่อ แฮร์รี่ฝังใจว่า ไอ้แมงมุม เป็นผู้สังหารพ่อของเขา แต่ความจริงที่เขาไม่รู้คือ พ่อของเขาคือวายร้าย กรีน ก๊อบลิน และพาร์คเกอร์คือ ไอ้แมงมุม
ความรัก
พาร์คเกอร์ หลงรัก แมรี่ เจน ตั้งแต่ยังเด็ก เขาต้องทนเห็นภาพบาดตาเมื่อแมรี่ เจน เลือกควงแฮร์รี่เพื่อนรักของเขา อีกทั้งยังปล่อยให้ฝ่ายหญิงไปรับหมั้นกับ จอห์น เจมสัน ผู้เป็นทั้งนักบินอวกาศขวัญใจประชาชนและลูกชายบ.ก.หนังสือพิมพ์ที่เขาทำงานอยู่ แม้ว่าเหตุผลที่พาร์คเกอร์ปล่อยสาวเจ้าหลุดมือจะยิ่งใหญ่ (ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงด้วย) แต่คนดูก็อยากวิ่งไปเขกกะโหลกซักทีเพราะความซื่อและบื้อของเขา ซึ่งนี่เองที่ทำให้ Spider-Man 2 มีกลิ่นโรแมนติกเจืออยู่ท่ามกลางฉากแอ็คชั่น
การงาน
ในยามเป็นคนธรรมดา เขาคือเด็กส่งพิซซ่า ที่รับจ๊อบเป็นช่างภาพอิสระให้หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ความจริงบ.ก.หนังสือพิมพ์จะสลัดเขาไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ที่พาร์คเกอร์ยังอยู่เป็นเพราะเขาถ่าย ไอ้แมงมุม ชัดดี...ส่วนอาชีพส่งพิซซ่านั้นเขาถูกไล่ออกไปแล้ว เพราะส่งไม่ทัน
ดูเหมือนปัจจัยแวดล้อมบวกกับคำสอนของลุงเป็นพลังส่งให้พาร์คเกอร์ต้องออกไปเป็นฮีโร่ภายใต้หน้ากากแมงมุมเพื่อผดุงความสงบให้แก่มวลมนุษย์...ซึ่งตัวตนที่แท้จริงแล้ว เขาเป็นเพียงนายเจี๋ยมเจี้ยมคนหนึ่งที่ดันถูกแมงมุมกัดเท่านั้น
ความเดิมตอนที่แล้ว
ความลับ ไอ้แมงมุม แตกกระเจิงเมื่อแฮร์รี่ พบความจริงชวนช็อคว่าภายใต้หน้ากาก ไอ้แมงมุม นั้นคือเพื่อนรักพาร์คเกอร์ แต่เนื่องจากหน้าที่ย่อมสำคัญกว่า ดังนั้น ไอ้แมงมุม เลยขอตัวไปจัดการกับ ด็อค อ็อค วายร้ายที่กำลังจะครองโลกก่อน ภารกิจนี้ไม่ง่ายนักเพราะเขาต้องปกป้องเมืองควบคู่ไปกับปกป้องหญิงคนรัก ด้านความรักนั้น แมรี่ เจนได้ตัดสินใจครั้งใหญ่โดยยอมยกเลิกงานแต่งงานกับนักบินอวกาศ จอห์น เจมสัน แล้วมาอยู่กับพาร์คเกอร์แทน...ฉะนั้นสิ่งที่ ไอ้แมงมุม ต้องเจอในภาคนี้ คือ
Spider-Man ภาคนี้ผมอยากดูจนเรียกว่า ตัวสั่น ซึ่งปกติไม่ค่อยเป็นนะ บัณฑิต ทองดี (ผกก. มนุษย์เหล็กไหล) แฟน Spider-Man ตัวยงเล่าถึงความอยากดู ไอ้แมงมุม ภาคล่าสุด ผมคุ้นเคยกับ Spider-Man มาตั้งแต่เด็กๆ ผมนับวันรอหนังภาคนี้ฉายเลยนะ ส่วนนึงที่ทำให้ผมตัวสั่นเป็นเพราะ วีนอม ด้วยล่ะ
จากการสอบถามแฟนการ์ตูน Spider-Man หลายๆ คนพบว่า วีนอม มีแฟนเหนียวแน่นพอๆ กับ ไอ้แมงมุม เลยทีเดียว (บางคนบอกว่าไม่อยากให้วีนอมถูกฆ่าในภาคนี้ รวมทั้งอยากให้สร้างหนังเรื่องใหม่เกี่ยวกับวีนอมล้วนๆ เลยด้วยซ้ำ)
ทำไม วีนอม ถึงมีแฟนเยอะขนาดนั้น?
ก่อนอื่นต้องเล่าถึงที่มาก่อนว่า วีนอม กำเนิดขึ้นมาจากสสารสีดำตัวหนึ่งซึ่งตกลงมายังโลกมนุษย์ รูปร่างไม่แน่ไม่นอนชอบเลื้อยไปเรื่อยจนกว่าจะเจอคนมันถึงแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วตัวประหนึ่งเสื้อผ้า แต่ไม่คลุมธรรมดาเพราะมันจะดึงด้านชั่วร้ายของคนนั้นออกมาด้วยแล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสสารชนิดนี้ครอบงำ ไอ้แมงมุม แซม ไรมี่ ผู้กำกับเล่าว่า เขาจะมีพละกำลังมากขึ้น วิ่งเร็วขึ้น ยิงใยและกระโดดได้ไกลขึ้น ที่สำคัญเขาจะร้ายขึ้นด้วย และนี่เองที่ทำให้ ไอ้แมงมุม ยอมสละสสารประหลาดนี้ออกไป ทว่าตอนนั้น เอ็ดดี้ บร็อก ช่างภาพคู่แข่งของพาร์คเกอร์กำลังตามถ่าย ไอ้แมงมุม อยู่ สสารที่ว่าเลยเกาะติดเขามาแบบไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อ อำนาจ ตกไปอยู่กับคนที่ใช้ไม่เป็นย่อมเกิดความวิบัติ บร็อกก็เช่นกันที่พลุ่งพล่านไปด้วยกิเลส และเป็นคู่แข่งในทุกทางของ ไอ้แมงมุม ทั้งเรื่องการงานและความรัก เมื่อสสารที่ว่าเข้าครอบงำบร็อกอย่างเต็มตัวแล้วดึงด้านชั่วออกมา จากช่างภาพธรรมดาจึงกลายเป็น วีนอม ศัตรูตัวสำคัญที่มีรูปลักษณ์และฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกับ ไอ้แมงมุม ที่สุดแล้วโทเฟอร์ เกรซ ผู้มารับบท เอ็ดดี้ บร็อก / วีนอม คือ 1 ในแฟนเหนียวแน่นของการ์ตูน Spider-Man และ วีนอม คือตัวละครที่เขารักมากที่สุด ผมอ่าน Spider-Man มาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นผมคลั่งตัวละครตัวนี้มาก วีนอม เป็น 1 ในตัวการ์ตูนไม่กี่ตัวที่มีความเป็นมนุษย์ที่สุด และเมื่อเขาได้รับการทาบทามให้มารับบทตัวละครนี้มีหรือที่จะปฏิเสธ เชื่อไหมว่าตอนที่ผมเข้าไปคุยกับไรมี่และ เอวี่ อาราด (ประธาน Marvel เจ้าของลิขสิทธิ์ Spider-Man) ผมต้องนั่งเงียบทำเป็นไม่ตื่นเต้น แต่ก็ตอบตกลงเขากลับไปแบบทันที
ก่อนที่ โทบี้ แม็กไกวร์ จะรับบท ไอ้แมงมุม นั้น เขาคือนักแสดงหน้าละอ่อนมาแรง ผู้มักรับบทหนุ่มน้อยโลกสดใส (Pleasantville (1998), The Cider House Rules(1999)) จึงไม่น่าแปลกใจที่คนจะตื่นเต้นเมื่อเห็นเขาเป็น ไอ้แมงมุม เพราะบุคลิกสดใสที่คุ้นตาผสมกับซูเปอร์ฮีโร่นั้น ผลออกมาเลยอยู่ตรงกลางระหว่างทั้ง 2 ขั้วซึ่งใกล้เคียงคนธรรมดานั่นเอง เหมือนกันกับเกรซ ที่ก่อนหน้านี้มักเป็นหนุ่มอารมณ์ดีในหนังหลายเรื่อง (ซีรี่ส์เรื่องฮิต That 70s Show, In Good Company (2004)) จึงทำให้การรับบทตัวร้ายครั้งนี้ของเขา เป็นภาพสะท้อนของ ไอ้แมงมุม ที่ชัดมากเพียงแต่อยู่ในขั้วตรงข้ามเท่านั้น คุณคอยดูฉากปะทะกันของทั้งคู่ให้ดีเถอะ เพราะพลังงานมันล้นจอจริงๆ ไรมี่ให้ความเห็น
ถ้าสังเกตดูดีๆ การเผชิญด้านมืดในครั้งนี้ไม่ใช่ของใหม่เลย เพราะ 2 ตัวร้ายของ ไอ้แมงมุม ในภาคก่อนๆ ก็เคยเผชิญภาวะนี้มาเหมือนกัน บางทีศัตรูตัวฉกาจก็คือจิตใต้สำนึกเรานั่นเอง ไรมี่กล่าว...กรีน ก๊อบลิน กำเนิดขึ้นจากความผิดพลาดในการทดลองของเขาทำให้ทะเลาะกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ส่วน ด็อค อ็อก ก็ถูกแขนกลควบคุมการสั่งงาน โดยมีชิพคอยยับยั้งไม่ให้แขนเหล่านั้นครอบงำสมองเขา แต่เรื่องวุ่นวายเพราะชิพ...หาย น่ะสิ!
นอกจากวีนอมแล้ว สิ่งที่ ไอ้แมงมุม ต้องเผชิญในภาคนี้ ยังมี
มนุษย์ทราย
ด้วยการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ทำให้ภารโรงขี้ฉ้อ ฟลินต์ มาร์โก้ แปรสภาพเป็นมนุษย์ร่างยักษ์ มนุษย์ทราย ออกอาละวาดเมืองนิวยอร์คสร้างความแตกตื่นให้เมืองใหญ่ได้ไม่น้อย ถึงที ไอ้แมงมุม ต้องออกมาช่วยเหลือ แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะโครงสร้างของ มนุษย์ทราย แม้จะหนาเตอะทว่าก็ร่วนซุยไม่ต่างจากทราย...แล้วอะไรล่ะที่จะจัดการกับมันได้?
มนุษย์ทราย หรือ Sandman รับบทโดย โธมัส เฮเดน เชิร์ช (เข้าชิงออสการ์จาก Sideways) ผู้มาพร้อมภาพ ผู้ใหญ่หน้าซึมที่มีหัวใจไม่ต่างจากเด็กกลัดมัน ดังนั้นการมารับบทตัวร้ายใน Spider-Man เฮเดน เชิร์ชจึงต้องล้างภาพลักษณ์เป็นการด่วน อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือการฟิตกล้ามเนื้อ เพื่อให้มีรูปร่างพอจะสู้กับ ไอ้แมงมุม ได้ เฮเดน เชิร์ชเล่า การฟิตร่างกายของผมต้องให้บึกบึนกว่าธรรมดา ซึ่งมันช่วยในการแสดงมาก เพราะทำให้ผมคิดจริงๆ ว่าผมเหนือกว่าคนอื่นแน่นอน
ในกลุ่มตัวละครของ Spider-Man มีเพียง มนุษย์ทราย เท่านั้นที่คนดูจะรู้ปูมหลังของเขาน้อยที่สุด เฮเดน เชิร์ชให้ความเห็นว่า จุดประสงค์ของเขาน่าตื่นเต้นกว่าเยอะเลยนะ เพราะมันคือการตั้งใจต่อกรกับ ไอ้แมงมุม โดยเฉพาะ ง่ายๆ ก็คือ ตัวละครนี้เปรียบเสมือนบททดสอบด้านมืดของ ไอ้แมงมุม นั่นเอง
เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
นอกจาก 2 ศัตรูตัวใหม่แล้ว พาร์คเกอร์ยังต้องตามแก้ปัญหาระหว่างเขากับแฮร์รี่ด้วย ภาคก่อนทิ้งไว้แค่แฮร์รี่รู้แล้วว่าพาร์คเกอร์คือ ไอ้แมงมุม ผู้ฆ่าพ่อของเขา
ในขณะที่แฮร์รี่กำลังว้าวุ่นอยู่นั้น วิญญาณพ่อ (รึเปล่าไม่รู้ เห็นโผล่มาในกระจก) ได้นำทางเขาไปพบขุมทรัพย์ กรีน ก๊อบลิน ที่สามารถพาแฮร์รี่ไปสู่การเป็นก๊อบลินคนใหม่ได้... เชื่อว่าหลายคนคงอยากเห็นว่าแฮร์รี่ จะเป็นก๊อบลินได้สะใจแค่ไหนน่าตื่นเต้นแค่ไหน รวมถึงมิตรภาพระหว่างพาร์คเกอร์ แฮร์รี่ และแมรี่ เจนนั้นจะดำเนินต่อไปอย่างไรด้วย เจมส์ ฟรังโก้ ผู้รับบทนี้กล่าวว่า แม้คนดูจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของตัวละครนี้คือการดูเขาเข้าสู่ด้านมืด ซึ่งสุดท้ายคุณจะเอาใจช่วยใครต่างหากที่สำคัญ...ผมว่าหลายคนรอดูการแก้ปัญหาของผมอยู่
ปัญหาหัวใจ
ภาคที่แล้วทิ้งเอาไว้แค่ว่า แมรี่ เจน ตัดสินใจอยู่เคียงข้างไปกับพาร์คเกอร์ แต่มันคงไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในภาคนี้ตัวละครทุกตัวโตขึ้น เคอร์สเตน ดันสต์ เล่าว่า สำหรับฉัน แมรี่ เจนเปรียบเหมือนเด็กสาวที่ต้องการค้นหาอะไรอยู่เสมอ ภาคนี้เธอจึงเริ่มค้นหาอีกครั้งเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่จะมาทดสอบหัวใจของพาร์คเกอร์ในรูปสาวผมบลอนด์อย่าง เกว็น สเตซี่ (ไม่ใช่เกว็น สเตฟานี่ นะ) เธอคือเพื่อนสนิทคนใหม่ของพาร์คเกอร์ มิตรภาพของทั้งคู่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หัวใจของพาร์คเกอร์ต้องยุ่งเหยิงอีกครั้ง เกว็นจะต่างจากแมรี่ เจน เพราะแมรี่ เจนเติบโตจากครอบครัวที่แตกแยกจนต้องหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง มุมมองของเธอเลยค่อนข้างมืดหม่น ในขณะที่เกว็นเติบโตขึ้นมาโดยการอุปถัมภ์จากครอบครัว ทำให้เธอมองโลกสดใสกว่าเยอะ ไบรซ์ ดัลลาส เฮาเวิร์ด (นางเอก Lady in the Water) ผู้รับบทเกว็น กล่าว ถ้าว่ากันตามลำดับการ์ตูนแล้ว เกว็นของฉันมาก่อนแมรี่ เจนนะ...ในหนัง 2 ภาคแรก เป้าหมายในการล่อ ไอ้แมงมุม คือแมรี่ เจน แต่ในภาคนี้สเตซี่ซวยไป
ในฉบับการ์ตูน ผู้หญิงที่ถูกกรีน ก๊อบลิน หิ้วบินไปนั้นคือสเตซี่ แต่ในหนัง Spider-Man ภาคแรกได้เปลี่ยนสาวโชคร้ายคนนั้นให้เป็นแมรี่ เจน / ในการ์ตูนสเตซี่ไม่รอด แต่ในหนังแมรี่ เจนรอด / แล้วใน Spider-Man 3 สเตซี่จะรอด...หรือไม่รอด?
ที่เหล่านี้เขาเคยมาเยือน
Spider-Man กลายเป็นหนังโปรโมตการท่องเที่ยวนิวยอร์คไปแล้ว เพราะไอ้แมงมุมได้ไปเยือนทั่วทั้งเมืองมาแล้ว ไม่เชื่อดูนี่
1.มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย พาร์คเกอร์เรียนอยู่ที่นี่
2.ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์ค ลุงเขาตายพร้อมประโยคเด็ด พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง
3.ร้านอาหารมูนแดนซ์ พาร์คเกอร์เจอแมรี่ เจนครั้งแรกในรอบหลายปีซึ่งเธอเป็นอยู่สาวเสิร์ฟที่นี่
4.คฤหาสน์ครอบครัวออสบอร์น เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์กอธิคที่รวมเหตุการณ์สำคัญเอาไว้นั่นคือ การเปิดเผยโฉมหน้าแก่แฮร์รี่เพื่อนรัก
5.สำนักพิมพ์ Daily Bugle เขาฝึกงานเป็นช่างภาพที่นี่ โดยต้องร่วมงานกับบรรณาธิการหน้าเลือดด้วย
6.รางรถไฟฟ้ารูสเวลต์ สถานที่ลองใจ ไอ้แมงมุม เมื่อกรีน ก๊อบลิน ถือกระเช้าลอยฟ้าที่มีเด็กอยู่เต็มไว้ข้างนึง อีกข้างหิ้วแมรี่ เจนไว้ แล้วดูซิว่า ไอ้แมงมุม จะช่วยใคร
7.ตึกเอ็มไพร์ สเตท หลังพาร์คเกอร์บอกความในใจแก่แมรี่ เจนในภาคแรกแล้ว สถานที่นี้คือฉากจบ
8.Joes Pizza ร้านพิซซ่าที่เขาเป็นพนักงานส่ง แต่ก็ถูกไล่ออกเพราะมัวช่วยเพื่อนมนุษย์จนไปส่งไม่ทัน
9.ห้องทดลองของ ดร. อ็อตโต้ อ็อกตาเวียส เขามีโอกาสได้ไปดูนวัตกรรมของปฏิกิริยาฟิวชั่นของอ็อกตาเวียส ซึ่งนั่นคือตัวทำลายล้างชิ้นสำคัญของมวลมนุษยชาติ
10.โรงพยาบาลวินเซนต์ มิดทาวน์ หลังการทดลองในห้องแล็บผิดพลาด อ็อกตาเวียสนอนสลบอยู่ที่นี่ก่อนตื่นขึ้นมาอาละวาดในนาม ด็อค อ็อก
11.ท้องฟ้าจำลอง พาร์คเกอร์มาทำข่าวการกุศล และได้พบคู่หมั้นคนใหม่ของนักบินอวกาศ จอห์น เจมสัน ซึ่งก็คือ แมรี่ เจน
12.Astor Place ร้านอาหารพิสูจน์รัก แมรี่ เจนขอร้องให้เขาจูบเธอก่อนที่ ด็อค อ็อก จะถล่มรถเข้ามา
13.โบสถ์ริมน้ำ อยู่เหนือม.โคลัมเบียไปหน่อย เป็นสถานที่ซึ่งแมรี่ เจนหนีงานแต่งไปอยู่กับพาร์คเกอร์
เฮ้ย! บ้าดี Spider-Man: The Musical!
เตรียมตัวให้พร้อมเพราะประมาณปลายปีนี้ Spider-Man จะขึ้นแสดงที่โรงละครนิวยอร์คซิตี้ในละครเวทีผสมดนตรีร็อคแอนด์โรล Spider-Man Rock! Rock-n-Roll Musical โดยการกำกับของหญิงเก่ง จูลี่ เทย์มอร์ (ผกก. Frida เธอเคยสร้าง Lion King the Musical มาแล้ว) พร้อมบทเพลงจากฝีมือ โบโน และ ดิเอดจ์แห่งวง U2 ส่วนใครจะมารับบทอะไรบ้างนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงคัดเลือก
ไอ้แมงมุม กับสังคมอเมริกัน
แดนนี่ ฟิงเกอร์ร็อธ ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างยอดมนุษย์หลายๆ ตัว (Spider-Man คือหนึ่งในนั้น) ให้คำอธิบายถึงลักษณะเฉพาะของซูเปอร์ฮีโร่ไว้ในหนังสือ Superman on Couch: What Superheroes Really Tell Us about Ourselves and Our Society ว่าต้องมีความสามารถที่มนุษย์ธรรมดาไม่มี และมีพลังในระดับสุดยอด แม้จะอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ตาม
หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ทุกอย่างที่ข้องเกี่ยวกับนิวยอร์คดูจะเป็นเรื่องอ่อนไหวไปซะหมด ซึ่งพอดีเหลือเกินว่า Spider-Man ภาคแรก (2002) มีเรื่องราวดำเนินอยู่ในนิวยอร์ค หนำซ้ำหนังตัวอย่างชุดแรกที่ถูกปล่อยออกไปก็ดันมีภาพตึกเวิลด์เทรดเด่นหราบาดตาชาวอเมริกันเป็นอันมาก ไรมี่ให้ความเห็นในครั้งนั้นกับหนังสือ Film and Television after 9/11 (ของ วีเลอร์ วินสตัน ดิกซ์ตัน) ว่า เหตุการณ์ในครั้งนั้น ผมว่ามันยากที่จะทำใจมองภาพตึกนั้นอีกครั้ง
แม้ Spider-Man จะถูกนำเสนอในแง่แฟนตาซี ทว่าก็ดำเนินเรื่องอยู่ในสถานที่จริง เพราะฉะนั้นหลายสิ่งหลายอย่างในหนังจึงตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และอิงความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างชาวอเมริกัน จึงพูดได้เต็มที่ว่า Spider-Man ภาคแรกมาอย่างถูกที่ถูกเวลา
ในขณะที่ชาวอเมริกันกำลังอกสั่นขวัญหายและหวาดระแวงกับภัยรอบตัว พวกเขาก็ได้พบกับสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่ซึ่งแม้จะเป็นเพียงหนัง แต่มันคือวิธีการปลอบประโลมทางใจได้ดีทางหนึ่ง
ทั้ง Spider-Man และซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆ คือผลพวงของประสบการณ์ในวัยเด็ก เนื่องจากผู้ใหญ่ในยุคนี้เกือบทั้งนั้น ต่างโตขึ้นมาพร้อมๆ กับตัวละครในจินตนาการเหล่านี้ ซิกมันด์ ฟรอยด์ นักปรัชญาและนักจิตวิทยาชื่อดังเคยให้ความเห็นไว้ตั้งแต่ปี 1908 ว่า นักเขียนการ์ตูนที่สร้างสรรค์ตัวละครเชิงแฟนตาซี มักดึงประสบการณ์ตัวเองในวัยเด็กออกมา ซึ่งเมื่อผสมกับจินตนาการแล้ว เด็กที่ได้สัมผัสจะเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนั้นทำให้แยกความจริงกับจินตนาการออกจากกันด้วยเส้นบางๆ เมื่อตัวละครเหล่านี้ต้องใกล้ชิดกับเด็ก การ์ตูนส่วนมากจึงใส่ความสุขความสมหวังลงไปเพื่อเติมเต็มจินตนาการ ฟรอยด์บันทึกไว้อีกว่า ชีวิตจริงมันย่อมต่างจากในการ์ตูนอยู่แล้ว ดังนั้นนี่คือการเติมเต็มความหวังของพวกเขา
ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกลางกรุงนิวยอร์ค ซึ่งแม้แต่ตำรวจยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สิ่งที่ชาวอเมริกันทำได้ในตอนนั้นคือการหาที่พึ่งทางใจ...ผู้ใหญ่ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายๆ คนต่างเติบโตขึ้นมาพร้อมยุคเฟื่องฟูของซูเปอร์ฮีโร่ ทำให้การมาของ Spider-Man ในปีถัดมาจึงเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยง เพราะนอกจาก ไอ้แมงมุม จะช่วยเหลือบ้านเมืองในหนังแล้ว เขายังทำหน้าที่เติมเต็มความหวังของคนดูด้วย
ใน Spider-Man 2 เขาเริ่มเป็นที่ยอมรับและไว้เนื้อเชื่อใจแก่ชาวนิวยอร์ค (ในเรื่อง) และด้วย พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ทำให้พาร์คเกอร์ต้องตระเวนช่วยเหลือชาวบ้าน เป็นผลให้เขาต้องเจียดเวลาในชีวิตประจำวันของเขาไป อันเป็นที่มาของความล้มเหลวในชีวิตปกติ
โรเบิร์ต พีสลีย์ กล่าวไว้ในงานวิจัยทางจิตวิทยา With Great Power Comes Great Responsibility ว่า ไอ้แมงมุม เปรียบเหมือนตัวแทนความดี ที่โผล่ขึ้นมาผดุงความยุติธรรม แต่ในอีกด้านหนึ่งของชีวิตมักจะต้องประสบปัญหาไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่แค่ ไอ้แมงมุม เท่านั้น แต่ซูเปอร์ฮีโร่ส่วนใหญ่ก็เจอ เพียงแต่ ไอ้แมงมุม เห็นชัดสุดเพราะเขาเผชิญปัญหาในทุกๆ ทางนั่นเอง ซึ่งนี่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะต้องการที่พึ่งพิง และอาการหวาดกลัวที่ยังคงซ่อนอยู่ของชาวอเมริกัน
ในช่วงที่อเมริกายังคงวุ่นวาย ความร้อนแรงของสงครามยังไม่คลี่คลาย อาชญากรเหิมเกริมแม้แต่ในสถานศึกษา ความกลัวและหวาดระแวงจึงยังแผ่ซ่านในกลุ่มคนอเมริกัน ดังนั้นการกลับมาอีกครั้งของ ไอ้แมงมุม จะยังสามารถเป็นเครื่องมืออุ้มชูจิตใจของพวกเขาได้อยู่หรือไม่
